แบบประกันภัยใหม่ที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ “Saving Smile Package” ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

ธุรกิจประกันภัยในช่วงที่ผ่านมา ต้องสำลักจากปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมกันถ้วนหน้าแล้วแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการจ่ายค่าสินไหม หลังจากน้ำลดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คงต้องปรับกลยุทธ์วิธีการดำเนินงานกันใหม่ หรือบางทีอาจต้องมีการปรับเข็มทิศหรือการปรับรูปโฉมวิธีการทำงานออกมาให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

แต่ในจังหวะเดียวกัน ยังมีบริษัทประกันภัยที่ได้รับผลกระทบไม่มากจากภาวะน้ำท่วม ถือเป็นเรื่องโชคดีที่ไม่โดนกระทบ แต่จะมีสักกี่รายที่รอดพ้นความเสี่ยงดังกล่าวนี้ บิ๊กบอส ฟินิกซ์ ประกันภัย หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เข้ามาเทกโอเวอร์บริษัทแห่งนี้ ลองไปฟังสารพัดปัจจัยของผู้บริหารท่านนี้ดังประเด็นต่อไปนี้

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ฟินิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้ามาเทกโอเวอร์และได้เข้าบริหารบริษัทครบ 1 ปีไปแล้วนั้น ในส่วนของการดำเนินงานทางบริษัทฯ ของเราได้ดำเนินธุรกิจและแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถมีรายได้เข้ามาในช่วง 11 เดือนของปีนี้แล้ว 166 ล้านบาท และมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะได้ถึง 175 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีของบริษัทที่ตั้งเอาไว้ 150 ล้านบาท ถือว่าผลการดำเนินงานนั้นเกินความคาดหมาย

ทั้งนี้ หากพิจารณาและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในช่วงปี’ 53 เท่ากับว่าเราสามารถผลิตผลงานและทำรายได้เติบโตขึ้นมาเกือบ 4 เท่าตัว สาเหตุที่ประสบความสำเร็จนั้น ส่วนหนึ่งมาจากทีมงานทางการตลาดของเรามีประสิทธิภาพ รวมไปถึงลูกค้าที่เอาประกันภัยจากเราให้ความเชื่อมั่นในบริการของบริษัททำให้บริษัท สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจากภาวะตรงนั้นมาได้ ในส่วนของการเข้ามาบริหารตั้งแต่เข้ามาหลังจากเทกโอเวอร์ เราก็มีการเพิ่มทุนเข้าไปเป็น 250 ล้านบาทไปแล้ว

“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาการทำงานของบริษัทต้องมีการแก้ปัญหามาโดยตลอด โดยเฉพาะกับปัญหาหนี้เก่า ซึ่งเราพยายามแยกกองในการเข้ามาขจัดปัญหาตรงนี้ ด้วยการเข้าไปเจรจากับคู่ค้าในการผ่อนปรน ซึ่งคู่ค้าของเราก็ให้ความร่วมมือ ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทิศทางไปในทางที่ดี ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรขึ้นมาได้”

สำหรับความสำเร็จครั้งนี้ หลังจากเข้ามานั่งบริหารในฟินิกซ์ฯ นั้น บริษัทได้แยกสัดส่วนในการรับงาน โดยในส่วนของงานนอนมอเตอร์นั้น จะอยู่ที่ประมาณ 52% ขณะที่งานทางด้านมอเตอร์นั้น จะอยู่ที่ 48% การแบ่งสัดส่วนของงานนั้น เราจะไม่เน้นลงไปในงานรถยนต์มากนัก แต่เราจะเน้นงานด้านนอนมอเตอร์ โดยเฉพาะงานมารีนและงานป้ายโฆษณา

จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในบ้านเราที่ผ่านมา ทำให้บริษัทได้คิดค้นตัวกรมธรรม์ขึ้นมา เพื่อที่จะรองรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับภัยธรรมชาติ บริษัทจึงได้ออกแบบประกันภัยใหม่ขึ้นมาที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติ โดยได้เปิดตัวกรมธรรม์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ภายใต้ชื่อ “Saving Smile Package” ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ อย่างกรณีที่เกิดภาวะน้ำท่วมในประเทศของเรา ดังนั้น บริษัทจึงใช้วิกฤติดังกล่าวนี้ให้เป็นโอกาสของเราขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ในส่วนของเงื่อนไขของตัวกรมธรรม์ ดังกล่าวนี้ จะเป็นสิ่งปลูกสร้าง 1 ชั้น หรือ 2 ชั้น (ครึ่งตึกครึ่งไม้) โดยเฉพาะบ้านอยู่อาศัย ซึ่งหมายถึง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว บ้านอาคารพาณิชย์ทั่วไป หรือร้านค้า ซึ่งหมายถึงร้านค้าย่อยทั่วไป ตึกแถว อาคารพาณิชย์ หรือร้านค้าเดี่ยว (ซึ่งไม่รวมร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าทั่วไป ร้านค้าในตลาด เช่น ร้านค้าในตลาดจตุจักร ร้านค้าในแพลตตินั่ม ประตูน้ำ สำเพ็ง โบ๊เบ๊ เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดทุนประกันภัยในการชดใช้ค่าสินไหม โดยเฉพาะทุนประกันภัยแบบ First Loss Basis ดังนั้นการชดใช้ค่าสินไหมจะชดใช้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และสูงสุดไม่เกินทุนประกันภัย 1,000,000 บาท โดยไม่มีการเฉลี่ยชดเชย

นอกจากนี้ หากมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ณ วันเกิดความเสียหาย มีมูลค่าที่แท้จริงต่ำกว่าทุนประกันภัย 1,000,000 บาท บริษัทจะชดเชยใช้ตามมูลค่าที่แท้จริง หรือตามมูลค่าของการทดแทนเท่านั้น และสูงสุดไม่เกินทุนประกันภัย 1,000,000 บาท

นอกจากนี้ในส่วนของการรับประกันภัย จะมีการรับประกันภัยทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป และประกันภัยดังกล่าว จะไม่รับประกันภัยในพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมอยู่ก่อนวันเริ่มประกันภัย โดยระยะเวลาในการเอาประกันภัยนั้นจะคุ้มครองเป็นเวลา 1 ปี (นับตั้งแต่วันเริ่มรับประกันภัย) ขณะที่การรับประกันภัยต่ออายุนั้น จะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไป อย่างไรก็ตามในการคิดอัตราเบี้ยการรับประกันภัยในกรมธรรม์ใหม่นี้ ซึ่งบ้านอยู่อาศัยจะคิดในอัตราเบี้ยประกันภัยสุทธิ 1,395.87 บาท และหากเพิ่มภัยพิเศษ จะอยู่ที่ประมาณ 1,861.16 บาท ขณะที่ร้านค้าย่อยทั่วไปนั้น จะอยู่ในอัตราเบี้ยประกันภัย 1,500 บาทและหากเพิ่มภัยพิเศษจะอยู่ในอัตราเบี้ยประกันภัย 2,000 บาท

“ผมมองว่า ขณะที่ประเทศเรากำลังวิกฤติ โดยเฉพาะวิกฤติจากภัยธรรมชาติน้ำท่วม ดังนั้น เราจึงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสของเรา โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ซึ่งได้เริ่มจำหน่ายแล้วในช่วง 1 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา ถือว่าการเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถทำยอดขายให้กับบริษัทของเราแล้ว มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมานี้ จะเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีความสนใจที่จะซื้อความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมอย่างล้นหลามแน่นอน”

สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขายเข้ามา 150 หลังต่อเดือน และบริษัทตั้งเป้าหมายของการขายโปรดักส์นี้ประมาณ 10 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสทดลองตลาดไปในตัวว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตนมองว่าการทำตลาดตัวนี้ไม่น่าจะเกิดความเสียหายอะไรมากนัก แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าเรามีวิธีการจัดการที่ดีอย่างไรบ้าง

ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปี 2555 นั้น บริษัทเราคงจะขยายตลาดประกันภัยรถยนต์ชั้น3 คือ เราจะไม่ไปรุกตลาดอะไรเยอะแยะ เนื่องจากบริษัทฯ ของเราหากพิจารณากันอย่างรอบคอบแล้ว ก็เหมือนเริ่มนับศูนย์กับภาวะเช่นนี้ เราไม่อยากขยับขยายอะไรมากนัก ขณะที่การเข้าไปรับงานนั้น บริษัทคงต้องมีการเลือกการรับงาน โดยเฉพาะในเรื่องของความเสี่ยงให้มีน้อยที่สุด และโปรดักส์ใหม่ที่เราได้นำออกมาขายสู่สาธารณชนไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นวิกฤติและจะสามารถปลุกกระแสได้ เพราะเวลานี้ลูกค้าเกิดความหวาดระแวง โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมว่าไม่รู้จะเกิดขึ้นมาอีกหรือไม่ ดังนั้นโปรดักส์ใหม่นี้ถือว่าในอนาคตจะได้รับความสนจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ทิศทางการทำตลาดปีหน้าของบริษัทนั้น จะยังคงมุ่งเน้นประกันอัคคีภัยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย เราคงไม่ไปจับตลาดกลุ่มธุรกิจระดับรายใหญ่ๆ เนื่องจากเราต้องพิจารณาองค์กรของเราว่า มีศักยภาพที่จะเข้าไปรับงานกลุ่มดังกล่าวนี้หรือไม่

ในส่วนของภาพรวมธุรกิจประกันภัยในปีหน้า ตนมองว่าธุรกิจประกันภัยมันจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการประกันภัยน้ำท่วม สาเหตุที่เป็นอย่างนั้น เนื่องจากประเด็นแรก เกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติขึ้นมาแล้ว และประการสุดท้ายในเรื่องของค่าสินไหม ซึ่ง 2 ปัจจัยดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมนี้ต้องมีการทบทวน หรือในเรื่องของพฤติกรรมที่ผ่านมา ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่แน่นอน

ในส่วนของภาพแข่งขันธุรกิจประกันภัย คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะเกิดอุทกภัยธรรมชาติเข้ามาเล่นงานในประเทศของเราเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจรับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ในมุมตรงกันข้าม ธุรกิจประกันภัยอาจได้เห็นภาพการแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในเรื่องของโปรดักส์ใหม่ๆ กรณีของผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม ซึ่งตนมองว่าในอนาคตลูกค้าส่วนใหญ่จะให้ความสนใจ ในการซื้อความคุ้มครองประกันภัยน้ำท่วมกันเป็นจำนวนมากขึ้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นอีกบริษัทประกันภัยที่มีการวางแผนการทำงาน หลังจากได้เข้ามาเทกโอเวอร์ครบ 1 ปีแล้ว ได้สร้างวิกฤติให้กับตัวองค์กร แม้ว่าจะยังคงไม่เน้นงานรับความเสี่ยงจากลูกค้ากลุ่มใหญ่มากนัก แต่ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้เห็นชื่อ “ฟินิกซ์ ประกันภัย” ขึ้นมาเทียบรุ่นกับบริษัทประกันท็อปทรีของเมืองไทยอีกไม่ช้า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่จะสามารถเอื้ออำนวยให้กับองค์กรนี้มากน้อยแค่ไหน ต่อไปนี้เราคงต้องติดตามผลงานของ บริษัท ฟินิกซ์ ประกันภัย น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์กันอย่ากะพริบตาเลยทีเดียว

ที่มา : อาร์วายทีไนน์


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย